วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ntroducing Nam Nao National Park



One of Thailand’s most beautiful and valuable parks, Nam Nao National Park (0 5672 9002, reservations 0 2562 0760; admission 400B; 6am-10pm) covers nearly 1000 sq km at an average elevation of 800m across the border of Chaiyaphum and Phetchabun Provinces, just beyond Khon Kaen Province. Although it covers remote territory – this remained a People’s Liberation Army of Thailand (PLAT) stronghold until the early 1980s – Hwy 12 makes access easy. Temperatures are fairly cool year-round, especially nights and mornings, and frost occasionally occurs between November and February.


Marked by the sandstone hills of the Phetchabun mountains, the park features dense, mixed evergreen-deciduous forest on mountains and hills; open dipterocarp pine-oak forest on plateaus and hills and dense bamboo mountain forest with wild banana stands in river valleys, plus scattered savannah on the plains. Three rivers are sourced here: the Chi, Saphung and Phrom. A fair system of trails branches out from the visitor centre to several scenic viewpoints. The park also features waterfalls and caves, some of which are easily reached by car along the highway. Nam Nao’s highest peak, Phu Pha Jit, reaches a height of 1271m and, with a park service guide leading the way, you can camp on the top.
The 1560-sq-km Phu Khiaw Wildlife Sanctuary lies adjacent to the park so wildlife is abundant, but the animals here are more timid than at nearby Phu Kradung National Park, and so are sighted less often. Elephants and banteng (wild cattle) are occasionally seen, as well as Malayan sun bears, leopards, tigers, Asian jackals, barking deer, gibbons, pangolins and flying squirrels. Over 200 species of bird, including parrots and hornbills, fly through the park.
Accommodation includes a camp site (per person with own tent 30B, 2-person tent hire 50B), huts (2 people 300B) and 17 bungalows (4-person 1000B). There are restaurants next to the visitor centre.



แหล่งท่องเทียวช่วงฤดูฝน green season

เข้าสู่ช่วงฤดูฝนแล้ว ธรรมชาติกลับคืนสู่ความชุมฉ่ำ หลังจากที่ประเทศไทยเจอความร้อนทะลุ 40 องศา เตรียม ใครที่จะวางแผนท่องเทียวช่วงหน้าฝนเตรียมตัวได้เลยครับ


อุทยาแห่งชาติน้ำหนาว


อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง อำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอคอนสาน จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว มีเนื้อที่ประมาณ 966 ตารางกิโลเมตร หรือ 603,750 ไร่

ลักษณะภูมิประเทศ

ป่าน้ำหนาวเปรียบเสมือนแนวเขตกั้นแดนทางธรรมชาติระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูงทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะภูผาจิตร ภูกุ่มข้าว และเทือกเขาโดยรอบประกอบขึ้นเป็นป่าต้นน้ำลำธาร ต้นกำเนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพองแม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเชิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนจุฬาภรณ์

ลักษณะภูมิอากาศ

โดยทั่วไปอากาศหนาวเย็นในตอนดึกและตอนเช้า ส่วนใหญ่ตอนกลางวันอากาศเย็นสบาย อาจกล่าวได้ว่า อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25 องศาเซลเซียส ในฤดูฝนจะมีฝนตกชุกระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ส่วนในฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นมาก จนบางครั้งน้ำค้างกลายเป็นน้ำแข็ง อากาศหนาวเย็นที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม ซึ่งในบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำถึง 0 องศาเซลเซียส

จุดท่องที่น่าสนใจ

           ถ้ำผาหงษ์ ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ตอนหล่มสัก - ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 300 เมตร มีลักษณะเป็นเขาสูง มีทางเท้าเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 200 เมตร เพื่อชมวิวทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม

______
สวนสนบ้านแปก (ดงแปก) ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 49 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ตอนหล่มสัก - ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสองใบขึ้นอยู่เป็น กลุ่มใหญ่เพียงชนิดเดียวตามธรรมชาติ ต้นไม้พื้นล่างประกอบด้วยทุ่งหญ้าและหญ้าเพ็กเป็นจำนวนมาก มีความสวยงามยิ่ง


______ สวนสนภูกุ่มข้าว ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ตอนหล่มสัก - ชุมแพ) มีทางลูกรังมาตรฐานแยกจากกิโลเมตรที่ 53 ถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบ มีต้นสนขนาดใหญ่มีความสูงตั้งแต่ 30 - 40 เมตร ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างหนาแน่นแทบจะไม่มีไม้อื่นปะปนอยู่ มีพื้นที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร ไม้พื้นล่างประกอบด้วย ทุ่งหญ้าคา หญ้าเพ็ก จำนวนมากเช่นเดียวกัน ในฤดูแล้ง ทุ่งหญ้าใต้ต้นสนจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็น สีน้ำตาลแก่ พอถึงฤดูฝนใหม่ทุ่งหญ้าเหล่านี้ก็จะกลับเขียวอีกครั้งหนึ่งเป็นเช่นนี้เรื่อย ๆ ไป โดยเฉพาะใน ฤดูฝน ตามทุ่งหญ้าจะมีพันธุ์ไม้หลากสีนานาพรรณขึ้นอยู่อย่างสวยงามมาก

______ 
บริเวณสวนสนนี้ จะมีเนินเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่ง เรียกว่า "ภูกุ่มข้าว" สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนเนินเขา ภูกุ่มข้าว จะเห็นแนวยอดสนอยู่ระดับสายตา สามารถมองเห็นยอดสนเป็นแนวติดต่อกันพืดทั้งสี่ด้านของ ภูกุ่มข้าว มองดูแล้วจะเห็นคล้ายๆ ท้องทะเลของยอดสน เมื่อมองไปทางทิศใต้จะเห็นอ่างเก็บน้ำของเขื่อน จุฬาภรณ์ (น้ำพรม) ที่กว้างใหญ่

______ น้ำตกเหวทราย ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 67 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (ตอนหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่เกิดจากลำห้วยสนามทรายซึ่งมีต้นน้ำที่ ป่าดงดิบชื่อ "ดงแหน่ง" ไหลผ่านป่าซำผักดาว ลำห้วยสนามทรายนี้เป็นแนวธรรมชาติที่แบ่งเขตแดนระหว่าง กิ่งอำเภอน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ กับอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ น้ำตกเหวทรายเป็นน้ำตกที่มีความสูงประมาณ 20 เมตร บริเวณด้านใต้น้ำตกมีแอ่งน้ำลึกสามารถลงเล่นน้ำได้ และใต้น้ำตกมีชะง่อนหินขนาดใหญ่เป็นเพิงสามารถหลบฝนได้ บรรยากาศบริเวณลำห้วยน่าเดินเล่น เพราะมีต้นไม้ปกคลุมตลอด ในฤดูฝนน้ำตกมีปริมาณน้ำมากและสวยงาม

______ 
น้ำตกทรายทอง เป็นน้ำตกที่อยู่ห่างจากน้ำตกเหวทรายประมาณ 500 เมตร มีความกว้างที่สุดประมาณ 30 เมตร สูง 4 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่นเหมาะแก่การนั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะในฤดูฝนน้ำตกมีปริมาณน้ำมากตกลงมาเป็นหน้ากว้าง 30 เมตร สวยงามมากเช่นเดียวกัน

______
ภูผาจิตร (ภูด่านอีป้อง) ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 69 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ตอนหล่มสัก-ชุมแพ) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 6-7 ชั่วโมง มีสภาพป่าสวยงามมาก ลักษณะของตัวภูตั้งโดดเดี่ยวบนที่ราบสูง ลักษณะสันฐาน คล้ายภูกระดึงแต่เล็กกว่า เป็นภูเขาที่มีที่ราบแบบโต๊ะ มีไม้สนขึ้นอยู่ ประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าเบญจพรรณ มีต้นไม้มีค่าหลายชนิด ภูเขานี้มียอดสูงสุดในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว สูง 1,271 เมตร จากระดับ น้ำทะเลปานกลาง

______
ผาล้อมผากอง ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 40 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผากลางดง (ซำม่วง) ระยะทางเดินเท้าประมาณ 5-7 กิโลเมตร ลักษณะเป็นภูเขาสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,134 เมตร เป็นเขาหินปูนเมื่อขึ้นไปบนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบ ๆ บริเวณได้ สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบและป่าเบญจพรรณ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ที่มีค่ามาก บริเวณใกล้เคียงยังมีผากลางโหล่น มีความสูงประมาณ 850 เมตร ผาต้นฮอม มีความสูงประมาณ 900 เมตร ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงามมากเช่นเดียวกัน

______
ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน) ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-อำเภอหล่มเก่า บ้านหินลาด มีทางรถยนต์ เข้าถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติถ้ำใหญ่น้ำหนาวประมาณ 3 กิโลเมตร ลักษณะของถ้ำแห่งนี้เป็นเขาหินปูนสูงประมาณ 955 เมตร เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรพิศดารของธรรมชาติ มีหินงอกหินย้อย และที่แปลกที่สุดคือมีน้ำไหลหรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนนับแสนตัวอีกด้วย ความลึกของตัวถ้ำนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีความลึกมาก

______
น้ำตกตาดพรานบา ทางเข้าอยู่ใกล้ที่ว่าการกิ่งอำเภอน้ำหนาว กิโลเมตรที่ 20 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย - อำเภอหล่มเก่า เป็นทางลูกรังรถยนต์เข้าถึงน้ำตก มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ พอสมควรตกลงจากหน้าผาสูงประมาณ
20 เมตร น้ำจะตกจากหน้าผาสูงพุ่งเป็นลำสู่เบื้องล่างเป็นสองชั้น มีน้ำตลอดปีซึ่งเกิดจากลำน้ำเชิญ สาเหตุที่น้ำตกมีชื่อว่า "ตาดพรานบา" เนื่องจากพรานบาเป็นผู้เข้าไปพบน้ำตกแห่งนี้เป็นคนแรก สำหรับคำว่า "ตาด" นั้นเป็นภาษาพื้นบ้านท้องถิ่น
หมายถึง น้ำตก
______ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้จัดทำทางเดินเท้าสำหรับเที่ยวชมธรรมชาติ ในป่าไว้หลายสาย เพื่อให้นักท่องเที่ยวผู้ชอบเดินป่าสามารถชมธรรมชาติได้ทั่วถึง

แผนที่เส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติ
ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 103 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอหล่มสัก
ประมาณ 55 กิโลเมตร เดินทางโดยรถยนต์ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 ถึงหลักกิโลเมตรที่ 50 จะมีป้ายชี้ทางเข้าสู่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ฯ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถ้าจะไปโดย รถประจำทาง สามารถขึ้นรถโดยสารจากขอนแก่นหรือหล่มสัก ซึ่งผ่านหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุก ๆ วัน
แผนที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว
ลำดับ
ชื่อบ้าน
คน/ห้อง
ราคา/คืน (บาท)
1
น้ำหนาว 1    
6/2
1,800
2
น้ำหนาว 2    
12/3
3,600
3
น้ำหนาว 3     
12/4
3,600
4
น้ำหนาว 4   
30/6
9,000
5
น้ำหนาว 5    
9/3
3,000
6
น้ำหนาว 6        
4/2
1,200
7
น้ำหนาว 7       
4/2
1,200
8
น้ำหนาว 8        
4/2
1,200
9
น้ำหนาว 9       
12/3
3,600
10
น้ำหนาว 10     
11/3
3,300
11
น้ำหนาว 11      
10/4
3,000
12
น้ำหนาว 12      
4/2
2,000
13
น้ำหนาว 13     
4/2
2,000
14
น้ำหนาว 14      
4/2
2,000
15
น้ำหนาว 15     
8/4
3,200
16
น้ำหนาว 16      
8/4
3,200
17
น้ำหนาว 17     
4/2
2,000
18
ห้องประชุม
40/1
800
   ขอรายละเอียดและสำรองที่พักได้ที
.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
61 ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900
โทร. 0-2579-7223 , 0-2561-2919
หรือติดต่อที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260
โทร. 0-5672-9002   ขอรายละเอียดและสำรองที่พักได้ที่      

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

Yi Peng Festival


The activities include a procession and Yi Peng Khom Contest as well as various Krathong designing contests. Lanterns will be posed and decorated around the temples and houses. Arches will also be set up. In addition, various fun fests will be arranged to participate in; for example, Lanna cultural performances, light and sound presentation, boat racing on the Ping River, and floating of Krathongs.

Although the holiday of Loy Krathong is now celebrated throughout the kingdom, Loy Krathong originated in Sukhothai, the first Thai capital. While particularly popular with couples who head down to any nearby body of water to light the candles and incense on their floating Krathongs, visitors can best appreciate Loy Krathong by heading to the ancient capital of Sukhothai, where the holiday was first celebrated. Highlights of the Sukhothai Loy Krathong celebration include displays of lighted candles and fireworks, folk dancing and a spectacular light & sound presentation.At the Sukhothai Loy Krathong festival, visitors will be dazzled by the float procession of large krathong from 17 Northern provinces. The procession will consist of krathongs from government agencies, state enterprises, private sectors, and the general public. There are also a Krathong design contest, the Miss Noppamas Beauty Contest, and Sukhothai arts and culture performances.

Loy Krathong is a festival which occurs on the full moon of the 12th lunar month, a date which usually falls in November.Loy means to float and a Krathong is a small, hand-made “boat” or “raft” traditionally made from the leaves or bark of a banana tree and decorated with origami-esque banana leaves, flowers, candles, and incense sticks. In modern days, Krathongs are often made of specially baked bread, so the Krathongs are biodegradable, although many use styrofoam. Many Thais believe that celebrating Loy Krathong by offering a krathong to the Water Goddess, Phra Mae Khongkha, will bring them good luck, particularly for couples, who will go to launch Krathongs together: a particularly auspicious event if the couple crafts their own krathong, although it is more common in modern days to simply buy krathongs from vendors near the water.During the night of the full moon, many people will light their candles and incense and celebrate Loy Krathong by releasing their floating offering on a river or other body of water. Governmental offices, corporations, and other large groups will collaborate on larger, more elaborate rafts, which are often judged in contests. Loy Krathong celebrations also typically feature fireworks displays and beauty contests.These beauty contests are known as Noppamas Queen Contests, named after Noppamas, a consort of the King of Sukothai in the 14th century, who is thought to be the first to float decorated krathongs. Consequently, the tradition of Loy Kratong is believed to have begun in Sukhothai, although it is now celebrated throughout Thailand, with the festivities in Chiang Mai and Ayutthaya the most popular.In Chiang Mai the Loy Krathong holiday is called Yi Peng. In addition to the krathongs floated in the waters around Chiang Mai, thousands of Lanna-style sky lanterns (khom fai) are released into the sky, part of the lantern oriented Lanna belief in their symbolically auspicious flames.

วันศุกร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Ayutthaya World Heritage and Red Cross Fair 2009



Ayutthaya World Heritage and Red Cross Fair 2009”
Miss Chutathip Chareonlarp, Director of the Tourism Authority of Thailand (TAT) Phra Nakhon Si Ayutthaya Office said that, Phra Nakhon Si Ayutthaya province, in cooperation with the Phra Nakhon Si Ayutthaya Provincial Administrative Organization, Phra Nakhon Si Ayutthaya Municipality, Fine Arts Department, TAT Phra Nakhon Si Ayutthaya Office, and relevant public and private agencies, will arrange the “Ayutthaya World Heritage and Red Cross Fair 2009”, during 11-20 December, 2009, at Phra Nakhon Si Ayutthaya Historical Park to celebrate the occasion that the UN World Heritage Committee announced the Phra Nakhon Si Ayutthaya Historical Park as a Cultural World Heritage Site in 1991.
In this event, there will be many interesting activities. Firstly, the Lord Buddha relics at Chao Sam Phraya National Museum for the public to pay respect. Furthermore, there will be exhibitions and booths to sell OTOP products and well-known goods from 16 districts. Visitors can see an aqricultural exhibition, flowering and decorative plants, and attend a food fair. The Community and Village Leaders’ Thai Country Song Singing Contest, floating market activities, cultural performances, Thida Krungkao Contest, Red Cross booths, as well as buying a Red Cross lottery for donation, are also some other features of this event.
Vistors should NOT MISS to experience the peaceful atmosphere of the ancient people’s way of life in the imitation marketplace of the Ayutthaya Period and use a replica of an ancient coin, Phot Duang, to exchange for food and desserts. Admire the light and sound performance, “Krung Si Ayutthaya : The Great Kings” (15 rounds; 10 days 10 nights). The opening ceremony will be arranged on Friday,11 December, 2009. The ticket costs 200 baht and 500 baht.
TAT Phra Nakhon Si Ayutthaya Office would like to invite tourists to visit the “Ayutthaya World Heritage and Red Cross Fair 2008”. For further information, please contact TAT Phra Nakhon Si Ayutthaya Office at Tel: 0 3524 6076-7 or the Provincial Administration Office (Chief of Finance and Accounting Group) at Phra Nakhon Si Ayutthaya City Hall, 2nd Floor, Four-storeyed Building, Tel: 0 3533 6563.

เชิญชมเทศกาลบอลลูนนานาชาติ ตื่นตาทั่วน่านฟ้าเมืองมรดกโลกอยุธยา



เทศกาลบอลลูนนานาชาติ ตื่นตาทั่วน่านฟ้าเมืองมรดกโลกอยุธยาบริษัท เอิร์ท วินด์ แอนด์ ไฟร์ จำกัด ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยองค์กรผู้สนับสนุนจากทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมจัดงาน “เทศกาลบอลลูนนานาชาติประเทศไทย ครั้งที่ 3” หรือ Thailand in ternational Balloon Festival 2009 (TIBF 2009) ระหว่างวันที่ 3 - 6 ธันวาคมนี้วัดช้างและวัดมเหยงคณ์ ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อเผยแพร่ความงดงามและความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานมรดกโลกต่อสายตานานาชาติจากมุมสูงเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ของประเทศงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (17 พฤศจิกายน 2552) ที่โรงแรม S 31 สุขุมวิท ได้รับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายธีระ สลักเพชร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ อธิบดีกรมศิลปากร นายเกรียงไกร สัมปัชชลิต และผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง พร้อมด้วยนาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศริน อุปนายกสมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และนายยุทธ วาณิชชานนท์ นักบินบอลลูนอากาศร้อนคนแรกของไทย ผู้ริเริ่มเทศกาล เป็นผู้ร่วมแถลง โดยมีแขกผู้มีเกียรติผู้แทนจากองค์กรที่ให้การสนับสนุนโครงการ และสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน

ฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า “ปัจจุบันกระทรวงวัฒนธรรมได้เร่งดำเนินการส่งเสริมโครงการที่ผสานความโดดเด่นทางด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของชาติเข้ากับแนวคิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้นโยบายไทยเข้มแข็งของรัฐบาล โดยเทศกาลบอลลูนนานาชาติประเทศไทย ครั้งที่ 3 หรือ Thailand International Balloon Festival 2009 นี้ ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราได้ให้การสนับสนุนโดยหวังจะให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศไทย โดยเฉพาะความงดงามแห่งอดีตกาลและความยิ่งใหญ่ของโบราณสถานของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมืองมรดกโลกสู่สายตาทั้งชาวไทยและนานาชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดเทศกาลบอลลูนนานาชาติในเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกด้วย”

ในโอกาสเดียวกัน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมได้เปิดเผยว่า “เทศกาลบอลลูนนานาชาติครั้งนี้จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่พลุไฟเฉลิมพระเกียรติในวันที่ 5 ธันวาคม เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา พร้อมได้เปิดโอกาสให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรชัย และนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุนในการอนุรักษ์และบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานเพื่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติสืบไป”

อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า “กรมศิลปากรได้มีการเตรียมความพร้อมด้านสถานที่จัดงานบริเวณวัดช้างและวัดมเหยงคณ์ ในเกาะเมืองอโยธยาอย่างดียิ่งเพี่อไม่ให้เกิดผลกระทบใดๆ ต่อโบราณสถานสำคัญที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และยังได้เตรียมจัดการแสดงชุดพิเศษมากมายเพื่อสร้างความบันเทิงแก่นักท่องเที่ยวตลอดระยะเวลาการจัดงาน ทั้งการบรรเลงบทเพลงไทยอมตะและบทเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยกรระดับโลกชาวไทยมากำกับวงในวันเปิดงาน พร้อมทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่น่าตื่นตาตื่นใจ หนึ่งในนั้นก็คือการแสดงโขนยกรบที่ยิ่งใหญ่อลังการ”

นายยุทธ วาณิชชานนท์ นักบินบอลลูนอากาศร้อนและผู้ริเริ่มเทศกาลบอลลูนนานาชาติซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 นี้ กล่าวเสริมว่า “การจัดงานครั้งนี้เป็นที่เฝ้าตั้งตารอทั้งจากนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมนับแสนคนในทุกปีที่ผ่านมา และเหล่านักบินบอลลูนรับเชิญที่จะมาเข้าร่วมบิน โดยในปีนี้ มีนักบินบอลลูนชื่อดังจาก 5 ชาติเข้าร่วมกิจกรรมได่แก่ ญี่ปุ่น ฟินแลนด์ เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ และไทย ซึ่งนอกจากความงดงามจากหมู่บอลลูนยักษ์หลายหลากสีที่ล่องลอยเหนือท้องฟ้าพระนครศรีอยุธยาแล้ว ยังมีกิจกรรมระหว่างวันอีกมากมายที่จะสร้างสีสันและความสำราญให้กับนักท่องเที่ยวผู้เข้าชม สำหรับปีนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ คือการประกวดภาพถ่าย ซึ่งคณะผู้จัดงานจะร่วมมือกับสมาพันธ์สมาคมการถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ฟูจิฟิล์ม และโรงแรมในเครือเกษมกิจ จัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนได้มีส่วนร่วมในโครงการและพัฒนาฝีมือการถ่ายภาพ”


#1 Free Link Exchange Directory On The Web - Link Market
Have you ever tried to exchange links, swap links, or trade links? Was it hard? Use link market instead; - it is easy to use, free and very smart. It will save you hours of work. Indocquent
Is an online resource that allows businesses and individuals to post their products and services for sale in 20,000 cities throughout 200 countries around the world. Global Landmark Realty
Lake conroe real estate homes for sale in montgomery county texas view houses for sale in conroe - lake conroe online in texas Moving Company
Find moving companies in your area. Find, compare, & save on moving get free quotes & move for less! . Quotes for local moves, long distance moves across states, small shipments and auto moving. Moving Company
Find moving companies in your area. Find, compare, & save on moving get free quotes & move for less! . Quotes for local moves, long distance moves across states, small shipments and auto moving. Thailand-classified
Thailand classified ads for bangkok, phuket, pattaya, koh samui, chiang mai, hua hin, isaan region with shopping and hotel in thailand Penis Enlargment
Great prices on vitamins and health supplements for all the family! Online ordering available soon!